ฟิล์มกันรอยรถยนต์ (ใส / ด้าน / หลังคาแก้ว / ซันรูฟ)

หมวดรถยนต์

ฟิล์มกันรอยรถยนต์ (ใส / ด้าน / หลังคาแก้ว / ซันรูฟ)

ฟิล์มใสกันรอยสำหรับรถยนต์ ป้องกันรอยขีดข่วน หินสะเก็ด และคราบสกปรกที่เกิดจากการใช้งานประจำวัน เสริมความเงางามให้กับพื้นผิวรถ ดูใหม่ยาวนาน พร้อมป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดจากการล้างหรือเช็ดรถบ่อยครั้ง


ฟิล์มกันรอยรถยนต์เป็นตัวช่วยสำคัญที่หลายคนเลือกใช้ในปัจจุบัน ใครที่รักรถยนต์คันโปรดของตัวเอง ย่อมไม่อยากให้เกิดรอยขีดข่วนหรือความเสียหายใด ๆ กับพื้นผิวสีรถ เพราะรอยเพียงเล็กน้อยก็สามารถลดมูลค่าและความภูมิใจในรถไปได้อย่างมาก

โดยเฉพาะ ฟิล์มกันรอยรถยนต์ที่ไม่เปลี่ยนลุคของตัวรถ แต่ช่วยปกป้องสีได้ดีเยี่ยม บทความนี้จะพาคุณไปรู้จักบริการติดตั้งฟิล์มกันรอยแบบใสอย่างละเอียด พร้อมเคล็ดลับเลือกใช้ฟิล์มคุณภาพและข้อดีที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน


ฟิล์มกันรอยรถยนต์คืออะไร?

ฟิล์มกันรอยรถยนต์ (Paint Protection Film – PPF) คือวัสดุฟิล์มพลาสติกแบบใส หรือบางรุ่นอาจเป็นแบบด้าน ผลิตจากโพลียูรีเทน (TPU) ที่มีความยืดหยุ่นและเหนียวแน่น ติดลงบนผิวสีรถยนต์โดยไม่ทิ้งคราบหรือทำลายสีเดิม

จุดเด่นคือการปกป้องผิวรถจากรอยขีดข่วนเล็ก ๆ รอยหินกระแทก มูลนก คราบยางมะตอย หรือแม้กระทั่งรังสี UV ที่ทำให้สีรถซีดจาง นิยมติดตั้งบนพื้นผิวรถเพื่อป้องกันสีรถจากความเสียหายต่าง ๆ เช่น

  • รอยขีดจากกุญแจ

  • เศษหินกระเด็น

  • มูลนก หรือยางมะตอย

  • รอยขีดจากล้างรถไม่ถูกวิธี

ฟิล์มชนิดนี้สามารถลอกออกได้โดยไม่ทำลายสีรถ และยังช่วยรักษาความเงางามได้ยาวนาน

ประเภทของฟิล์มกันรอยรถยนต์ แบบไหนเหมาะรถกับคุณ

แม้ว่าฟิล์มกันรอยจะมีจุดประสงค์หลักคือการปกป้องสีรถ แต่ก็มีหลายประเภทให้เลือกใช้งานตามความต้องการและลักษณะการใช้งานของผู้ใช้รถ โดยสามารถแบ่งได้หลัก ๆ ดังนี้

1. ฟิล์มกันรอยแบบใส (Clear PPF)

ฟิล์มชนิดนี้โปร่งใสจนแทบมองไม่เห็นหลังติดตั้ง เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการรักษาลุคเดิมของรถโดยไม่เปลี่ยนสีหรือผิวสัมผัส มีคุณสมบัติป้องกันรอยขีดข่วน รังสียูวี และสารเคมีได้ดี นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติ Self-Healing หรือการซ่อมแซมรอยเล็ก ๆ ได้เมื่อเจอความร้อน เช่น แสงแดด หรือไดร์เป่าผม

2. ฟิล์มกันรอยแบบด้าน (Matte PPF)

เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเปลี่ยนสไตล์รถให้ดูดุดัน ลุคพรีเมียมมากขึ้น ฟิล์มชนิดนี้ให้สัมผัสแบบด้าน ลดแสงสะท้อนแต่ยังคงคุณสมบัติในการป้องกันรอยเช่นเดียวกับแบบใส สามารถติดตั้งเฉพาะจุดหรือทั่วทั้งคันเพื่อสร้างเอกลักษณ์ให้รถของคุณได้

3. ฟิล์มกันรอยเคลือบเซรามิก (Ceramic-Coated PPF)

เป็นฟิล์มที่มีการเคลือบผิวด้วยสารเซรามิกที่ช่วยเพิ่มคุณสมบัติในการป้องกันคราบสกปรก น้ำมัน และมลภาวะต่าง ๆ ทำให้ล้างรถง่ายขึ้น ฟิล์มชนิดนี้มักให้ความเงางามสูงกว่ารุ่นทั่วไป เหมาะสำหรับรถหรูหรือรถที่ต้องการความดูแลพิเศษ

4. ฟิล์มแบบ TPU (Thermoplastic Polyurethane)

เป็นวัสดุพื้นฐานที่ใช้ผลิตฟิล์มกันรอยระดับพรีเมียม มีความยืดหยุ่นสูง ทนต่อแรงกระแทกได้ดี และไม่เหลืองเมื่อใช้งานในระยะยาว TPU ยังเป็นวัสดุที่สามารถยึดเกาะผิวรถได้แน่นและไม่หลุดง่าย

5. ฟิล์ม PVC ราคาประหยัด (PVC PPF)

ป็นตัวเลือกที่ประหยัด เหมาะกับผู้ที่ต้องการติดฟิล์มชั่วคราวหรือในงบประมาณจำกัด อย่างไรก็ตาม ฟิล์มชนิดนี้อาจไม่สามารถทนรอยหรือสารเคมีได้เท่ารุ่นพรีเมียม และอาจมีอายุการใช้งานสั้นกว่า

หลังคาแก้ว / กันรอยซันรูฟ

ฟิล์มกันรอยสำหรับหลังคาแก้วหรือกระจกซันรูฟ ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความแข็งแรงและยืดอายุการใช้งานของกระจก

ป้องกันแรงกระแทกและรอยขีดข่วน

  • ลดความเสี่ยงจากเศษหิน กิ่งไม้ หรือสิ่งของที่ตกกระทบกระจกซันรูฟ

  • ป้องกันรอยขีดข่วนเล็กน้อยจากการใช้งาน เช่น รอยเล็บมือหรือการทำความสะอาด

  • เพิ่มความทนทาน ช่วยให้กระจกซันรูฟใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ลดรังสี UV และความร้อนจากแสงแดด

  • กรองรังสี UV ได้สูง ปกป้องผิวหนังและลดการซีดจางของวัสดุภายในรถ

  • ลดอุณหภูมิในห้องโดยสาร ทำให้การขับขี่เย็นสบายมากขึ้น

  • ช่วยประหยัดพลังงานการใช้แอร์ภายในรถ

ระยะเวลาการติดตั้งฟิล์มกันรอยใช้เวลานานไหม?

ระยะเวลาในการติดตั้งฟิล์มกันรอยรถยนต์จะแตกต่างกันไปตามขนาดของรถและพื้นที่ที่ต้องการติดตั้ง โดยทั่วไปแล้วการติดตั้งฟิล์มในบางจุด เช่น กันชนหน้า หรือมือจับประตู ใช้เวลาเพียง 2–4 ชั่วโมง ในขณะที่การติดตั้งฟิล์มกันรอยแบบรอบคัน อาจใช้เวลาตั้งแต่ 1–2 วัน ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของงานและจำนวนชิ้นส่วนที่ต้องติดตั้ง

ปัจจัยที่ส่งผลต่อระยะเวลาการติดตั้งฟิล์มกันรอย

  1. ขนาดรถ รถยนต์ขนาดใหญ่ เช่น SUV หรือรถตู้ ใช้เวลามากกว่ารถเก๋งขนาดเล็ก

  2. จำนวนพื้นที่ติดตั้ง หากติดเฉพาะจุดใช้เวลาน้อยกว่าการติดรอบคัน

  3. ประสบการณ์ของช่างติดตั้ง ทีมงานมืออาชีพสามารถติดตั้งได้รวดเร็วและแม่นยำกว่า

  4. สภาพอากาศ ความชื้นและอุณหภูมิอาจมีผลต่อกระบวนการแห้งของฟิล์ม

ข้อดีของการใช้บริการติดตั้งฟิล์มกันรอยจากมืออาชีพ

  • ประหยัดเวลา เพราะช่างมืออาชีพสามารถทำงานได้รวดเร็วและเรียบร้อย

  • ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับประเภทรถและงบประมาณ

  • มีบริการหลังการขาย เช่น การดูแลหรือเปลี่ยนเฉพาะจุดหากเกิดความเสียหาย

  • มั่นใจได้ในคุณภาพของวัสดุและขั้นตอนที่ได้มาตรฐานระดับสากล

  • ลดความเสี่ยงจากการติดตั้งผิดพลาด เช่น รอยพับ รอยฟอง หรือขอบหลุด

  • สะดวกสบาย ไม่ต้องหาวิธีทำเองหรือเสี่ยงกับของปลอม

ช่างที่มีประสบการณ์สามารถวิเคราะห์ลักษณะผิวรถแต่ละรุ่น เพื่อเลือกเทคนิคการติดตั้งและฟิล์มกันรอยที่เหมาะสม ทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ดูเนียนตาและสวยงามเสมือนรถใหม่

อีกทั้งยังสามารถให้คำแนะนำในการดูแลรักษาเพื่อยืดอายุการใช้งานของฟิล์มกันรอยในระยะยาว การเลือกใช้บริการจากผู้เชี่ยวชาญยังช่วยประหยัดเวลา ลดความเสี่ยง และเพิ่มความมั่นใจให้กับเจ้าของรถในทุกการขับขี่

บริการหลังการติดตั้งมีอะไรบ้าง

  • ตรวจเช็กคุณภาพฟิล์มกันรอย: ทีมงานจะตรวจสอบความเรียบร้อยหลังการติดตั้ง เพื่อให้มั่นใจว่าไม่มีฟองอากาศหรือความบกพร่อง

  • การรับประกันคุณภาพ: หากเกิดปัญหาเกี่ยวกับฟิล์มหรือการติดตั้ง สามารถเคลมได้ตามเงื่อนไขที่กำหนด

  • คำแนะนำการดูแลรักษา: ให้คำแนะนำวิธีดูแลฟิล์มอย่างถูกต้อง เพื่อยืดอายุการใช้งานและคงความสวยงาม

  • บริการให้คำปรึกษา: ลูกค้าสามารถสอบถามหรือปรึกษาเรื่องฟิล์มเพิ่มเติมได้ตลอดหลังการติดตั้ง

Pro Spec ให้ความสำคัญกับคุณภาพการติดตั้ง จึงใช้ห้องติดตั้งระบบควบคุมฝุ่นโดยเฉพาะ เพื่อให้ฟิล์มกันรอยแนบสนิทกับกระจกอย่างสมบูรณ์แบบ ไม่มีฝุ่นหรือฟองอากาศแทรก ผลงานที่ได้จึงเรียบหรู ดูเนียนสวย


บริการของเราที่เกี่ยวข้อง